ชัยวัฒน์ นำ จนท.บุกยึดแบ็กโฮ ใช้ไถที่ ส.ป.ก. รุกอุทยานฯ เขาใหญ่

Categories: เรื่องทั่วไป

การบุกยึดอุปกรณ์ก่อสร้างในเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรุกล้ำพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.00 น. ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานแห่งชาติ พร้อมด้วยหัวหน้าอุทยานเขาใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วย ได้นำหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นและยึดรถแบ็กโฮและแทรกเตอร์ที่ถูกใช้ไปไถปรับที่ดินในพื้นที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ที่รุกล้ำเข้าไปในอุทยานฯ เขาใหญ่

การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนที่พบว่า มีการจอดรถเหล่านี้อยู่หลังบ้านของนางสาวอรุณี มิ่งสูงเนิน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงและแสดงหมายค้น นางสาวอรุณี แสดงความไม่พอใจ แต่สุดท้าย นายสวรรค์ สังเกตกิจ สามีของเธอ ก็ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ซึ่งก็พบรถแบ็กโฮและแทรกเตอร์ที่ตรงกับหลักฐานที่เจ้าหน้าที่มี

นอกจากการยึดรถแล้ว ยังมีการจับกุมตัวนายพนวรรฒท์ ศิริธนธิปชัยกูร ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินตามเอกสาร ส.ป.ก. และพบว่าที่ดินที่เกิดเหตุเคยเป็นพื้นที่ปลูกต้นเสียดในพื้นที่ป่าสงวน แต่ถูกชาวบ้านขายต่อ และต่อมาส.ป.ก.ได้ออกเอกสารเป็น ส.ป.ก. 4-01 ให้กับที่ดินแปลงนี้

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องพื้นที่อุทยานแห่งชาติจากการรุกล้ำ แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายและการจัดการกับการครอบครองที่ดินที่ซับซ้อนในประเทศไทย การบุกเข้าตรวจค้นและยึดรถแบ็กโฮและแทรกเตอร์ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อการกระทำผิดเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความจริงจังของรัฐในการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถได้สำเร็จ ยังเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานอุทยานฯ เขาใหญ่ ตำรวจ และชุดพญาเสือ ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการประสานงานและทำงานเป็นทีมเพื่อต่อต้านการกระทำที่ผิดกฎหมายและปกป้องพื้นที่คุ้มครอง

การเผชิญหน้ากับนางสาวอรุณีและการปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในตอนแรก นับเป็นตัวอย่างของความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญ แต่การยินยอมของนายสวรรค์ในที่สุดก็ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีการสื่อสารและการเจรจาอย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการรุกล้ำพื้นที่คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้งานที่ดินหรือการทำลายสิ่งแวดล้อม การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ แต่ยังส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่และคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว

«